Au Pair Testimonial

Koy Pacharin

live in caregiver

+ Program : LCP
+ City : Charlie Lake BC
+ Year Attended : 2012
Chiang  Mai University

ทำไมถึงสนใจโครงการ Live in Caregiver Canada ?

จริงๆ แล้วความสนใจมันเริ่มต้นมาจากการที่เราได้เข้าร่วมโครงการ Work and Travel  ตอนช่วงประมาณปี 2007 ค่ะ เพราะนั่นคือการเดินทางไปอเมริกาครั้งแรกและเป็นครั้งแรกที่ห่างจากครอบครัว ชีวิตสามเดือนที่ Florida มันสนุกและท้าทายมาก ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสามเดือนสั้นๆ แต่บอกได้คำเดียวค่ะ เป็นประสบการณ์ชีวิตและการเรียนรู้ที่เราไม่มีวันหาได้ในห้องเรียนค่ะ การได้รู้จักเพื่อนใหม่ เพื่อนต่างชาติ  เช่น ฟิลิปินส์,อเมริกัน,เกาหลี,ญี่ปุ่น และเพื่อนชาวแม็กซิกัน ทำให้รู้สึกสนุก การได้เรียนรู้ที่จะพูดภาษาอังกฤษตามแบบของคนอเมริกัน ชีวิตอิสระเสรี แล้วสิ่งสุดท้ายคือการที่เราหาเงินได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของเรา  มันเป็นสิ่งเราออกจะดูภูมิใจกับมันมากค่ะ

หลังจากจบโครงการ ด้วยความที่เราเรียนมาทางสายปฐมวัย และใกล้จะเรียนจบเต็มที่ เราเลยขวานขวายหาทุกทางที่จะกลับไปใช้ชีวิตที่อเมริกาอีกให้ได้ จนมาเจอโครงการออแพร์ค่ะ จึงลองศึกษาข้อมูลดู แล้วก็คิดว่านี่ล่ะใช่แล้ว สิ่งที่เราอยากทำต่อไป แล้วก็ตัดสินใจไปเป็นออแพร์ที่อเมริกาสองปีค่ะ ชีวิตมีความสุขมาก ถึงแม้จะต้องคิดถึงบ้านและเหงาบ้าง แต่เพื่อนใหม่ และชีวิตอิสระ ก็ทำให้ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ เคยคุยกับเพื่อนออแพร์ด้วยกันว่าจบโครงการแล้วจะไปทำอะไรต่อ จนได้มารู้จักโครงการ Live in Caregiver in Canada

จากนั้นก็เริ่มหาข้อมูลมาเรื่อยๆ เก็บนิดผสมหน่อย  แล้วสุดท้ายก็ตัดสินใจสมัครค่ะ เห็นผลหลักมาจากการที่เรายังรู้ว่าชีวิตมันคือการท้าทาย และยังมีสิ่งที่น่าต้นหาอีกมากมาย แล้วภาษาเราก็เริ่มจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นมากแล้ว เพราะฉะนั้นยังไม่อยากหยุดค่ะ อยากพัฒนาต่อไป  เคยคิดไว้ว่าสักวันจะต้องพูดสำเนียงอเมริกันให้ได้ค่ะ เหตุผลต่อมาด้วยความที่เรารักเด็กเป็นทุนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการต้องไปดูแลเด็กไม่ใช่ปัญหาค่ะ ส่วนเรื่อง  Home Sick นั้น มันเกิดกับทุกคน แต่ใครจะเป็นมากเป้นน้อยอยู่ที่ตัวบุคคลค่ะ เรามีประสบการณ์อยู่ต่างประเทศมาแล้ว คิดว่าช่วงที่จะเกิดอาการ Home Sick คือ ช่วงสามอาทิตย์แรก ที่ถือเป็นช่วงปรับตัว และทำให้รู้สึกเหงา  แต่พอผ่านสามอาทิตย์แรกไปแล้ว ทุกอย่างก็ลงตัวค่ะ

ส่วนข้อสุดท้าย แคนนาดาเป็นประเทศที่น่าอยู่ค่ะ หนาวมาก แล้วผู้คนก็ใจดี และนี่คือสิ่งที่ท้าทายและน่าค้นหาค่ะ ต้องมาลองดูกันว่าต่อไปว่าชีวิตที่แคนาดาจะสนุกและท้าทายแค่ไหนค่ะ

คิดนานมั้ยก่อนจะตัดสินใจสมัครโครงการกับทางบีเลิฟด์ไทยออแพร์ ?

จริงๆแล้วหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนานค่ะและตัดสินใจว่าจะสมัครโครงการแน่ๆ หลังจากนั้นก็เริ่มหาเอเจนซี่ที่เราคิดว่าเขาจะดูแลเรา,หาโฮสแฟมิลี่ที่ดีให้เรา,จะไม่ใช่แค่รับเงินจากเรา  แล้วหายตัวไปโดยที่ไม่สนใจเราเลย  ซึ่งใช้เวลาศึกษาข้อมูลประมาณเดือนกว่าๆค่ะ โดยเริ่มต้นหาข้อมูลจากทางเว็บไซต์ทุกวันค่ะ  มีใครแนะนำเอเจนซี่ไหนบ้างและมีคนไปกับเอเจนซี่นั้นแล้ว และได้รับการบริการอย่างไร จริงๆแล้ว เราเคยสมัครสัมภาษณ์กับเอเจนซี่หนึ่ง ก่อนที่จะมาสมัครกับบีเลิฟด์  (ไม่ขอระบุชื่อเอเจนซี่นะค่ะ)  แต่ด้วยความที่เรารู้สึกเหมือนกับว่าเขาจะโกงเรา  แล้วเขาไม่ค่อยจะเทคแคร์เรา เลยทำให้เราคิดว่าหาเอเจนซี่ใหม่ดีกว่า จากนั้นก็ตัดสินใจมาเข้าสัมภาษณ์วัดระดับภาษาอังกฤษกับทางบีเลิฟด์ไทยออแพร์ค่ะ สรุปก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนกว่าๆ ในการศึกษาข้อมูล ก่อนที่จะตัดสินใจมาสมัครโครงการกับทางบีเลิฟด์ไทยออแพร์ค่ะ

แคนาดา

บรรยากาศเมืองที่ก้อยอยู่ค่ะ

แคนาดา

พาน้องมาเที่ยวค่ะ

เที่ยวแคนาดา

มาเที่ยวตึก BC Parliament ค่ะ

 

ครั้งแรกที่โทรไป สอบถามข้อมูลเรื่องโครงการ  ตอนนั้นโทรจากสิงคโปร์ค่ะ  ประทับใจการให้ข้อมูล  ด้วยความที่สัญญาณโทรไม่ค่อยชัด  แต่พี่พยายามตอบคำถามแล้วก็อธิบายโครงการ ให้เราจนเข้าใจ เลยทำให้ประทับใจค่ะ

ก้อย  Live in Caregiver Canada

ช่วยผู้ถึงการทำงานของทีมงานบีเลิฟด์ไทยออแพร์ ?

สำหรับบีเลิฟด์ไทยออแพร์ ตั้งแต่ครั้งแรกที่โทรไปสอบถามข้อมูลเรื่องโครงการ ตอนนั้นโทรจากสิงคโปร์ค่ะ ประทับใจการให้ข้อมูล ด้วยความที่สัญญาณโทรไม่ค่อยชัดแต่พี่พยายามตอบคำถามแล้วก็อธิบายเรื่องโครงการให้เราจนเข้าใจ เลยทำให้ประทับใจค่ะ จากนั้นอีกสองวันก็ขอนัดสัมภาษณ์ผ่านทางโปรแกรม Skype เลยค่ะ พอรู้ผลว่าผ่านปุ๊บ เราก็เริ่มดำเนินเรื่องต่อเลยค่ะ พี่ๆส่งเอกสารที่เราต้องเตรียมและสิ่งที่เราต้องทำต่อไปมาให้  เริ่มรู้สึกประทับใจมากขึ้น เขาดูแลเราดี นี่ขนาดว่าเราอยู่ที่สิงคโปร์ อะไรประมาณนั้นค่ะ เชื่อไหมค่ะ เวลาแค่ไม่นาน เอกสารทุกอย่าง วีดิโอแนะนำตัว ลำพังตัวเราคนเดียว คงทำให้เสร็จภายในเดือนเดียวไม่ได้ แต่เพราะมีพี่ๆดูแล ช่วยเหลือแล้วก็ให้คำแนะนำ ดูเหมือนทุกอย่างมันดำเนินไปด้วยดีค่ะ ต้องขอบคุณพี่ๆทุกคน โดยเฉพาะพี่มิ้ลกี้ แล้วก็พี่มล  ที่คอยโทรมาถามไถ่หรือแม้แต่ตอบกลับอีเมลล์และเฟสบุคค่ะ พี่ๆทุกคนนน่ารักและใจดีจริงๆค่ะ ฟันธง

ใช้เวลาเท่าไรในการเตรียมเอกสารใบสมัคร และได้แมทกับโฮสแฟมิลี่ที่ไหน ?

ก้อยกลับมาจากอเมริกาประมาณต้นเดือนมกราค่ะ พักผ่อนอยู่เกือบเดือน จากนั้นก็เริ่มหาข้อมูลเรื่องโครงการต่อเลย ประมาณช่วงกลางๆกุมภาพันธ์ยังคงศึกษาข้อมูล และหารายชื่อเอเจนซี่อยู่เลยนะค่ะ พอช่วงเดือนมีนาคมก็เริ่มสัมภาษณ์กับเอเจนซี่หนึ่งแล้วก็ไม่ประทับใจ เลยเปลี่ยนมาสัมภาษณ์กับทางบีเลิฟด์ช่วงประมาณกลางเดือนนะค่ะ จากนั้นก็ทำเอกสารเรื่อยมา สรุปก็คือใช้เวลาจัดทำใบสมัครและทำเอกสารอยู่ประมาณหนึ่งเดือน พอหลังจากโปรไฟล์ออนไลน์ ก็มีโฮสแฟมิลี่ติดต่อเข้ามาสี่คนค่ะ สุดท้ายก็ตอบแมทกับโฮสแฟมิลี่จาก  British Columbia ค่ะ เพราะเขาดูน่ารักแล้วก็ใจดีค่ะ นี่คือเหตุผลที่ตัดสินใจเลือกแมทกับครอบครัวนี้ค่ะ

น้องนิ้วก้อยเคยเป็นออแพร์อเมริกามา 2 ปี หลังจากจบโครงการกลับมาไทยได้ไม่นานก็ตัดสินใจสมัคร โครงการ Live in Caregiver ต่อเลย ได้รับประสบการณ์ดีๆ หรือประโยชน์จากการเป็นออแพร์ อยากให้แชร์ประสบการณ์ที่ประทับใจให้เพื่อนๆ ?

การเป็นออแพร์ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากค่ะ หัวใจหลักของการเป็นออแพร์อยู่ที่ใจรักงานดูแลเด็ก,เข้าใจพัฒนาการของเด็ก,การปรับตัว และหลังจากนั้นก็อยู่ที่การเรียนรู้และการปรับตัวของแต่ละคนค่ะ  ก้อยใช้ชีวิตสองปีกับการเป็นออแพร์ให้กับครอบครัว Machold Condrey Family ที่ Phoenix, Arizona ค่ะ ดูแลเด็กผู้ชายหนึ่งคน ดูแลเขาตอนที่เขายังอายุได้แค่ห้าเดือนกว่า  แต่ด้วยความที่เขาเป็นเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เพราะฉะนั้นตัวจึงเล็กมากเหมือนเด็กที่เพิ่งอายุได้สามเดือน คงนึกภาพออกนะค่ะว่าเล็กประมาณไหน สองปีที่ดูแลประคบประหงอมกันมา พอถึงวันที่ต้องจากกัน ใจหายค่ะ เรารู้สึกเหมือนเขาคือลูกชายเราจริงๆ ความรักและความผูกพันธ์ตลอดสองปีที่ผ่านมา ทำให้ช่วงเวลาที่ต้องลาจากที่สนามบินเป็นเวลาที่เศร้าที่สุดค่ะ ทุกวันนี้เรายังติดต่อกันค่ะ อย่างน้อยๆต้องได้คุยกันทาง Face time อาทิตย์ละหนึ่งครั้งค่ะ ดีใจทุกครั้งที่เวลาเราถามเขาว่าเขารักใครที่สุดในโลก แล้วเขาตอบว่ารัก KOY KOY ค่ะ ได้ยินทีไร น้ำตาไหลทุกทีค่ะ

เที่ยวแคนาดา

ทุ่งสวยๆ ที่แคนาดา

เที่ยวแคนาดา

ปราสาท Craigdarroch ที่วิคตอเรียค่ะ

เที่ยวแคนาดา

วิวสวยๆ ที่ Alberta ค่ะ

 

การเป็นออแพร์ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากค่ะ หัวใจหลักของการเป็นออแพร์ อยู่ที่ใจรักงานดูแลเด็ก เข้าใจพัฒนาการของเด็ก รู้จักการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น

ก้อย Live in Caregiver Canada

มาเข้าเรื่องชีวิตการเป็นออแพร์กันต่อเลยดีกว่านะค่ะ เราเดินทางไปถึงที่นั่นประมาณวันเสาร์ค่ะ เพราะฉะนั้นโฮสเลยให้เราได้พักผ่อนก่อนเริ่มงานจริงๆหนึ่งวัน คือวันอาทิตย์ และแล้ววันจันทร์วันแรกของการเริ่มงานก็มาถึงค่ะ เริ่มงานตอนเก้าโมงครึ่งค่ะ โฮสแม่อยู่บ้านช่วงอาทิตย์แรกเพราะต้องการจะสอนงานเราและคอยดูแลลูกเขาอยู่ห่างๆค่ะ เริ่มสอนหน้าที่ให้เราทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่แนะนำวิตามินของน้องที่เราต้องคอยหยดลงไปปริมาณเท่านี้ผสมในขวดนมที่เขาคั้นไว้ การเปลี่ยนผ้าอ้อม ที่นอนน้องหรือแม้แต่เสื้อผ้าน้องค่ะ ทุกอย่างต้องสะอาดมากๆ เราต้องมีหน้าที่ทำความสะอาดเสื้อผ้าน้องด้วย หนึ่งครั้งต่ออาทิตย์ค่ะ ส่วนเรื่องทำความสะอาดบ้านมีแม่บ้านมาทำอาทิตย์ละหนึ่งวันค่ะ เราเลยไม่ต้องทำงานบ้าน จะว่าไปแล้วงานที่ทำตอนนนั้นไม่หนักเลยค่ะ แต่ค่อนข้างหน้าเบื่อ ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์เราก็เริ่มเรียนขับรถเองค่ะ เพราะโฮสมีรถให้เราใช้หนึ่งคันค่ะ ลืมบอกไปว่าหลังจากที่เริ่มรู้สึกว่าเบื่อๆไม่มีอะไรทำเพราะช่วงนั้นเด็กก็จะแค่กินกับนอนค่ะ เราก็เลยคิดว่าเราน่าจะหาอะไรมาทำระหว่างวันค่ะ เลยลองนั่งเรียนถักเน็ตติ้งดู สนุกค่ะ ( แค่อยากให้เพื่อนๆน้องๆเห็นว่า ทุกอย่างมันอยู่ที่เราปรับตัวนะค่ะ เรารู้ว่างานมันน่าเบื่อ เราว่างเยอะ เราก็หาอย่างอื่นมาทำด้วยค่ะ ) ประมาณเดือนหนึ่งก็ขับรถเองได้ค่ะ ไปไหนมาไหนได้สบายเลยทีนี้ หลังจากนั้นก็เริ่มลงทะเบียนเรียน ไปโรงเรียน เจอเพื่อนใหม่ ออกไปเจอเพื่อนวันหยุดเสาร์อาทิตย์ค่ะ อ่อบ้านนี้เขามีบ้านให้ก้อยแยกอยู่อีกหลังหนึ่งนะค่ะ เลยไม่ต้องห่วงเหลือเวลากลับเข้าบ้านค่ะ แล้วก็ให้หยุดงานทุกเสาร์อาทิตย์ค่ะ ฟังแล้วสุดยอดเลยใช่ไหมค่ะ แต่นี่ไม่ใช่สำหรับออแพร์ทุกคนค่ะ แค่บังเอิญว่าก้อยโชคดีที่เจอโฮสน่ารักค่ะ เราเริ่มทำงานตรงเวลาทุกวัน เวลามีปัญหาก็จะคุยกับโฮสทุกเรื่องประมาณว่าเปิดอกคุยกันค่ะ ส่วนใหญ่ปัญหาจะไม่ใช่เรื่องในบ้านค่ะ จะเป็นเรื่องเพื่อนหรือเวลาที่เราคิดถึงบ้านมากกว่า ก้อยนับถือโฮสพ่อเหมือนเป็นพ่อจริงๆค่ะ ส่วนโฮสแม่ก็จะเหมือนเป็นพี่สาวมากกว่าค่ะ ผ่านไปประมาณสี่ห้าเดือนทุกอย่างลงตัว ชีวิตก็เริ่มสนุกขึ้นค่ะ มีเพื่อน มีเวลาว่างแล้วสุดท้ายคือ ความภูมิใจที่หาเงินได้เองค่ะ ยิ่งเวลาผ่านไปจากวันเป็นเดือน เดือนเป็นปี ยิ่งรู้สึกผูกพันธ์กับครอบครัวเขามากขึ้น ค่อยดูแลเจ้าตัวเล็กและเห็นพัฒนาการเจริญเติบโตของเขาทุกวัน ดีใจมากค่ะที่เห็นเขาโตได้อย่างทุกวันนี้และก็ยังคิดถึงพวกเขาเสมอค่ะ ขอบคุณพวกเขาที่มอบประสบการณ์ดีๆ ความรักและความห่วงใยที่มีให้กับเราตลอดเวลาสองปีที่ผ่านค่ะ จะไม่มีวันลืมเลยจริงๆค่ะ

สุดท้ายนี้ มีอะไรอยากแนะนำน้องๆ ที่สนใจในโครงการออแพร์ หรือ Live in Caregiver in Canada ?

สำหรับคนที่มีความฝันว่าอยากเป็นออแพร์หรือ Caregiver in Canada สู้ต่อไปค่ะ อย่าท้อแท้นะค่ะ ยังมีสิ่งที่น่าค้นหาและท้าทายรอน้องๆอยู่ข้างหน้า อย่ากลัวที่จะเดินเข้าไปบนเส้นทางนี้นะค่ะ ขออย่างเดียวคือ “ต้องมีใจรักที่จะดูแลเด็ก” หรือพูดง่ายๆรักในสายอาชีพนี้นะค่ะ

Au Pair Testimonial

primi sui motori con e-max.it

Events and Activities

You are here: Home For Au Pair ​Au Pair Testimonial Koy Pacharin